WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
BLSบล.บัวหลวง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
รอบด้านตลาดหุ้น
ภาพตลาดและแนวโน้ม
Covered short หุ้น Commodity & ชิ้นส่วน 
          เมื่อวาน ดัชนีฯเดินหน้าบวกต่อ จากแรง ซื้อคืน Commodity เช่น หุ้นพลังงาน ปิโตร โรงกลั่น (PTT PTTEP PTTGC TOP BANPU PSL ฯลฯ) และหุ้นชิ้นส่วน (KCE HANA HTECH AH) รับข่าว สหรัฐฯเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก และกระแสข่าวการค้า สหรัฐฯ-จีน ผ่อนคลาย บวกกับราคาน้ำมันดิบที่รีบาวด์ขึ้นก่อนการประชุม โอเปก. แต่ เราคงคำแนะนำ ยังไม่ใช่เวลาสำหรับการ รีบโหลด หุ้นกลุ่มนี้ (แนะนำ Covered short หุ้นกลุ่มนี้)   
          วันนี้คาด ดัชนีฯ Sideways up กรอบ 1,658-1,670 จุด คาดราคาน้ำมันดิบรายวันที่ผันผวนจะกดดันหุ้นพลังงานฯ แต่แรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มนี้ในระยะสั้น จะช่วยพยุง-ส่งผลให้ดัชนีแกว่งในกรอบแคบ สำหรับกระแสการลงทุนวันนี้ไฮไลท์ อยู่ที่กลุ่มได้ประโยชน์จาก นโยบายลดภาษี ตามการหาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล            
          ระยะสัปดาห์ คาด ดัชนีฯหุ้นไทย Sideways up แต่ จะเหลือ Upside ไม่มาก อิงจากเปาหมายดัชนีฯของเราที่ 1,670 จุด แต่หุ้นรายตัว คาดว่าจะเล่นขึ้นได้ดีกว่าดัชนีฯ กลยุทธ์แนะ เลือกซื้อ หุ้นอุปโภค-บริโภค ในประเทศ 
What to watch: 
          (*/+) คลังเตรียมออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีที่ได้ ครม.ใหม่ สื่อเผย วางไทม์ไลน์ ได้ ครม.ใหม่ เร็วสุด 13 มิย.นี้ (ที่มา เดลินิวส์) 
          (+) เมื่อวาน จีนรายงาน ตัวเลขส่งออก เดือน พค.พลิกบวก 1.1% สวนทางกับนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะ -3.8% (เทียบเดือน เมย.-2.7%)  
          (+) สถานการณ์สงครามการค้า ดูผ่อนคลายลง หลัง ปธน.ทรัมป ระงับเก็บภาษีสินค้านำเข้า จากเม็กซิโก หลังตกลงกันได้เรื่องผู้อพยพ และข่าว USTR พร้อมเลื่อนนัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีน วงเงิน US$2 แสนล้าน ในอัตรา 25% (ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 9 มิย.) 
          (+) ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึง รอง ปธน.สหรัฐฯ ขอเลื่อนการใช้มาตรการ แบน บริษัทฯที่ทำธุรกิจกับ หัวเว่ย   
          (*) ตลาดมองโอกาส 95% ที่ เฟด จะลดดอกเบี้ย 0.25-0.5% ในการประชุม เดือน กย.ปีนี้ (ส่วนการประชุมรอบ 19 มิย. คาดมีโอกาส 25% ที่จะลดดอกเบี้ย)   
หุ้นแนะนำ  
          UTP COL  นโยบาย เว้นภาษีสินค้าออนไลน์ 2 ปี หากทำได้จริง จะหนุนตลาด E commerce และ กลุ่มพัสดุเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง บวกกับการลดภาษีบุคคลธรรมดา จะช่วยกระตุ้นภาคการบริโภค / อธิบดีกรมสรรพกร เตรียมแนวทางดำเนินการตามนโยบายรับฐาลที่หาเสียงไว้   
          กลุ่มสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ECL TK COM7  รับอานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำหนุนส่วนต่าง NIM บวกกับ ตลาด Online logistic โตตาม นโยบายรัฐบาลใหม่  
รายงานวันนี้ 
Retail (Home center): Promising outlook
          เรามีมุมมองที่เชิงบวกสำหรับกลุ่มธุรกิจ เนื่องจาก 1) แนวโน้มการเติบโตของอุปสงค์ในระยะยาวเติบโตไปตามเทรนด์ Urbanization ซึ่งประเทศเทศไทย จะยังอยู่ในเทรนด์นี้ไปอีกอย่างน้อย 10 ปี หนุนตลาดNew Home  2) ตลาด Home improvement (บ้านเก่า) จะเป็นฐานรายได้ที่ตามมาจากการขายบ้านใหม่อย่างต่อเนื่อง 3) สำหรับภาพระยะสั้นถึงระยะกลางอาจได้อานิสงค์จากจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล  
HMPRO เราประเมินราคาเป้าหมายใหม่ 19.60 บาท แนะนำ ซื้อ    
          เราชอบพื้นฐาน HMPRO มากที่สุดในกลุ่มเนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เติบโตแข็งแกร่ง (เราคาดการณ์กำไรหลักโตเฉลี่ย 13%/ปี ในช่วง  2019-21) Valuation ของ HMPRO สมควรที่จะเทรดpremium เพราะความเป็นผู้นำในภาค Modern Trade Home Center ในประเทศไทย HMPRO เทรดที่ระดับ PE 35 เท่า และจะลดลงเหลือ 31 เท่า ในปี 2020 ค่า PEG 2019 อยู่ที่ 2.5 เท่า ซึ่งไม่ไดสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีก  
GLOBAL เราประเมินราคาเป้าหมายใหม่ 19.00 บาท แนะนำ ซื้อเก็งกำไร 
          ราคาหุ้นสะท้อนผลการดำเนินงาน 1Q19 ที่น่าผิดหวังอย่างมาก (ลดลง 4% YoY เนื่องจากกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย) ราคาหุ้น GLOBAL ปรับตัวลงมา 8% YTD และซื้อขาย PE 33 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2010-18 ที่ 34 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นคาดจะมาจากจากมาตรการกระตุ้นราคาข้าวของรัฐบาล 
Flow Tracker: ต่างชาติเข้าซื้อตลาดหุ้นไทยเนื่องจากความเสี่ยงลดลงชั่วคราว 
          นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 363 ล้านเหรียญสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องจากจากการซื้อสุทธิ 555 ล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ก่อนหน้า สำหรับกระแสเงินลงทุนในภูมิภาค 5 ประเทศที่เราดู พบว่ากระแสเงินจากต่างชาติรวมเป็นยอดซื้อสุทธิ 403 ล้านเหรียญ ซึ่งฟนจากยอดขายสุทธิ 865 ล้านเหรียญในสัปดาห์ก่อนหน้า สำหรับสัปดาห์นี้ดัชนีระยะสั้นของเราชี้ว่ากระแสเงินลงทุนในภูมิภาคน่าจะไหลเข้าต่อเนื่องและเราคาดว่าดัชนี Volume Flow ของตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นได้ 
Quantitative Strategy: คาดตลาดรีบาวด์ต่อ
          ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นได้ดีในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตลาดกลับตัวหลังจากที่ปรับลงแรงในเดือนพฤษภาคมหลังจากที่ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อหนุนเศรษฐกิจ รวมถึงการที่รัฐบาลเม็กซิโกบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีโดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพจากอเมริกาใต้ข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงปรับขึ้นได้ต่อเนื่องในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้าเนื่องจากดัชนีระยะสั้นส่งสัญญาณแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตามอัพไซด์ของตลาดรอบนี้จะยังคงจำกัดอยู่ที่ 1700 จุดเนื่องจากดัชนีระยะกลางยังคงอ่อนแอ 
รายงาน MS  
          การศึกษาการ Cut ดอกเบี้ย 2 รอบใหญ่ในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา (คือช่วง 2001-03 และ ช่วง 2007-08) พบว่า Sector ใน MSCI China และ MSCI Hong Kong ที่ Outperform ตลาดใน 2 ช่วง คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสื่อสาร กลุ่มธนาคาร กลุ่มอสังหา และ กลุ่มโรงไฟฟา  
          ซึ่ง MS เชื่อว่า FED พร้อมที่จะลดดอกเบี้ย ถ้าความตึงเครียดทางการค้านำไปสู่เงื่อนไขทางการเงินที่ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่ง FED น่าจะดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง โดยการลดดอกเบี้ยลงแตะระดับ 0% โดยคาดจะปรับลด 0.5% ก่อน ในระยะเริ่มต้น 
หุ้นมีข่าว  
          (+) SAMART  เผย บ.ย่อยคว้างานก่อสร้างสถานีไฟฟาแรงสูง จ.สิงห์บุรี มูลค่ากว่า 358 ลบ. บริษัท เทด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SAMART ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด 94.35% ได้ลงนามในหนังสือยืนยันการว่าจ้างจัดหา และจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟาแรงสูง 115 kV สิงห์บุรี สำหรับโครงการปรับปรุงและขยายระบบไฟฟาที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานระยะที่ 2 และแผนงานติดตั้งระบบดับเพลิงสถานีไฟฟาแรงสูง ระยะที่ 3 กับการไฟฟาฝายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.62 มูลค่าสัญญาก่อสร้างรวม 358,131,475.11 บาท (คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเปิดซองราคา) กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในวันที่ 4 มิ.ย.65 การรับรู้รายได้เป็นไปตามสัดส่วนความสำเร็จของงาน (ที่มา ASPEN)  
          (+) OSP  เผย แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็ก และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเป็นแบรนด์แรกและโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจาก จาก COSMOS องค์กรมาตรฐานออร์แกนิคระดับโลกและได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศแถบยุโรป โดยได้รับการรับรองในระดับ Certificate of COSMOS Natural และระดับ Certificate of COSMOS Organic ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของมาตรฐานนี้  และ บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคขึ้นภายใต้แบรนด์ "ออร์แกนิค บาย เบบี้มายด์" (Organik by Babi Mild) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เนื่องจากเด็กมีความบอบบาง แพ้ง่าย และต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้หญิงที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่ายเช่นเดียวกัน เนื่องจากสินค้าออร์แกนิคเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และปราศจากสารเคมีอันตราย การขยายตลาดสู่กลุ่มสินค้าออร์แกนิคครั้งนี้จะส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันและการรักษาการเติบโตของผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลโดยรวม หลังจากที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 8.5% ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุน 167 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์กลุ่มของใช้ส่วนบุคคลภายใต้บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด ที่ลาดกระบังเพิ่มเติม โดยจะมีการควบคุมมาตรฐานการสร้างโรงงานอย่างเข้มงวดและให้สอดคล้องตามมาตรฐาน COSMOS และคาดว่าจะสามารถเปิดเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ภายในสิ้นปีนื้ โดยการขยายโรงงานในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มดังกล่าว เพิ่มขึ้นเป็น 68,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนงานการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการรุกทำตลาดเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย (ที่มา ASPEN)  
          (+) AOT  เปิดซองเสนอค่าตอบแทน การประมูลโครงการ ให้สิทธิการประกอบกิจการให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ.ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ปรากฎว่าบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ได้คะแนนสูงสุด ได้ 96.10 คะแนน  
          ขั้นตอนต่อจากนี้ จะ เสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) ในวันที่ 19 มิ.ย. และ จะเปิดเผยตัวเลขผลตอบแทนของผู้ประมูลได้ (ที่มา ผู้จัดการ)   
          วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค 
          ธนัท พจน์เกษมสิน,นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน 
          นภนต์ ใจแสน, นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน 
Trend Forecasting
แนวโน้มระยะสั้นมอง 
          SET Index แนวรับ 1,660 แนวต้าน 1,670 / SET100 รับ 2,440 ต้าน 2,450 BSET100 รับ 10.74 ต้าน 10.84 / BMSCITH รับ 12.60 ต้าน 12.70
หัวข้อ: "วางกลยุทธ์ทางเทคนิคหาแนวรับ-แนวต้านดัชนี+ค่าเงินบาท"   
มุมมองตลาด: 
          แนวโน้มตลาด1-2 วันข้างหน้าจะพักตัวลดความร้อนแรง เน้นหุ้น Laggard หุ้นกลาง-เล็กเริ่มขยับขึ้นตามตลาด 
วิธีการเลือกหุ้น: 
          1.วอลุ่มสูงเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 2.ราคาฟนตัวจากแนวรับ 3.การเปลี่ยนโครงสร้างเป็นขาขึ้น 4.แสดงความแข็งแกร่งจากค่า RSI 5.จังหวะเข้าซื้อจากเครื่องมือ Stochastic ,MACD ,Moving average 
          Bull Signal: SGP, IRPC, GGC (Mid to Small Cap.) 
          Bear Signal: BDMS,CENTEL,INTUCH 
          Portfolio: Contractor: UNIQ,STPI  / Food: GFPT, TFG, TKN  / Commodities: PTTGC ,TOP /  Media: BEC, WORK Big-Medium Cap:BH ,AMATA, MINT, NETBAY 
          Deleted: CBG,BH, JAS (Take profit) 
                                                                          
          ธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค  
          This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. +662-618-1334 
Track with Technical 
          
          SGP 
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 10.00 
          ต้าน 11.50 
          เหตุผล SGP จัดอยู่ในหุ้นขนาดกลางราคาเพิ่มเริ่มดีดขึ้น เทคนิคจับสัญญาณกลับตัวทั้งระยะสั้น-กลาง หนุนด้วยวอลุ่มเพิ่มขึ้น 
          IRPC (IRPC01C1911A)
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 4.80 
          ต้าน 5.20 
          เหตุผล ภาพระยะสั้น-กลางอยู่ในโซนถูก Oversold ปัจจุบันพบสัญญาณฟื้นตัวจากแนวรับ 4.8 หนุนด้วยวอลุ่มเพิ่มขึ้น 
          GGC 
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 10.90 
          ต้าน 12.50  
          เหตุผล GGC ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับ สอดคล้องกับ MACD ในภาพรายวัน ขณะที่ RSI ฟนตัวขึ้นจากกรอบล่าง Oversold